top of page
Search

คาเฟอีนกับการรักษาผมร่วงแบบ AGA: หลักฐานและคำแนะนำ

  • Writer: g2technology
    g2technology
  • Jul 29, 2025
  • 1 min read

Updated: Jul 30, 2025

ผมร่วงแบบ AGA หรือชื่อเต็มว่า Androgenetic Alopecia คือภาวะผมบางจากพันธุกรรมที่พบได้บ่อยที่สุดในทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันตามเพศ และเกิดจากการตอบสนองของรูขุมขนต่อฮอร์โมนเพศชายที่ชื่อว่า DHT (Dihydrotestosterone)


 สาเหตุของ AGA

  • เกิดจาก พันธุกรรม ที่ถ่ายทอดผ่านยีนบนโครโมโซม X จากแม่

  • ฮอร์โมน DHT ไปจับกับตัวรับ (Androgen Receptor) ที่รากผม ทำให้รูขุมขนเล็กลง

  • เส้นผมจะบางลง สั้นลง และหลุดร่วงเร็วขึ้น

👨‍🦲 ลักษณะอาการในผู้ชาย

  • เริ่มจากแนวผมร่นบริเวณขมับทั้งสองข้าง

  • ผมบางบริเวณกลางกระหม่อม จนเห็นเป็นรูปไข่ดาว

  • สุดท้ายเหลือผมเฉพาะด้านข้างและท้ายทอย

👩‍🦰 ลักษณะอาการในผู้หญิง

  • ผมบางบริเวณกลางศีรษะ โดยเฉพาะรอยแสก

  • ไม่รุนแรงถึงขั้นหัวล้าน แต่ผมจะบางลงทั่วศีรษะ

  • มักเริ่มหลังวัยรุ่นและชัดเจนขึ้นตามอายุ


คาเฟอีนได้รับความสนใจในวงการดูแลเส้นผมในฐานะสารธรรมชาติที่อาจช่วยลดผมร่วง โดยเฉพาะในรูปแบบเฉพาะที่ เช่น แชมพู ครีมนวดผม หรือ เซรั่ม ซึ่งมีข้อดีคือความปลอดภัยสูงและใช้งานง่าย แต่คำถามคือ “มันได้ผลจริงหรือ?”


 กลไกการทำงานของคาเฟอีน

  • ขยายหลอดเลือดฝอย (Vasodilation): คาเฟอีนช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดบริเวณหนังศีรษะ โดยการยับยั้งเอนไซม์ phosphodiesterase ซึ่งส่งผลให้เซลล์ได้รับสารอาหารมากขึ้น

  • กระตุ้นการเผาผลาญเซลล์: คาเฟอีนเพิ่มระดับ cAMP ภายในเซลล์ ทำให้เกิดการกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์รูขุมขน

  • ยับยั้ง adenosine receptor: ส่งผลให้เซลล์ไม่เข้าสู่ระยะพักเร็วเกินไป และยืดอายุของเส้นผมในระยะ anagen (ระยะเจริญเติบโต)


 หลักฐานจากงานวิจัย

  • คาเฟอีนเฉพาะที่สามารถ ลดอัตราการหลุดร่วงของผม และ ปรับสมดุลระหว่างระยะ anagen กับ telogen

  • ผลลัพธ์มักเห็นได้ชัดหลังใช้ต่อเนื่อง 6 เดือนขึ้นไป

  • อัตราการตอบสนองอยู่ที่ประมาณ 75% แต่การงอกใหม่ของผมอยู่ในระดับ 0–5% เท่านั้น

  • ผลลัพธ์ดีที่สุดเมื่อใช้ร่วมกับสารอื่น เช่น minoxidil หรือ azelaic acid


 ข้อจำกัดและคำเตือน

  • คาเฟอีนไม่ใช่ “ยาวิเศษ” และไม่ควรใช้เป็นการรักษาเดี่ยว

  • หลักฐานทางคลินิกยังอยู่ในระดับ “ต่ำถึงปานกลาง”

  • ผลลัพธ์อาจไม่ชัดเจนในผู้ที่มีภาวะดื้ออินซูลินหรือฮอร์โมนไทรอยด์ผิดปกติ

  • คาเฟอีนแบบรับประทานอาจมีผลตรงข้าม เช่น เพิ่มความเสี่ยงผมร่วงในบางกลุ่ม


✅ คำแนะนำการใช้งาน

  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นของคาเฟอีน 0.2% สำหรับเซรั่ม และ 1% สำหรับแชมพู หรือครีมนวดผม

  • ใช้เป็นประจำทุกวันเพื่อผลลัพธ์ที่ต่อเนื่อง

  • ควรใช้ร่วมกับสารอื่นที่มีงานวิจัยรองรับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ


Takane Caffeine & Biotion Shampoo และ conditioner นอกจากจะมีส่วนผสมของ คาเฟอีน 1% แล้วยังมีส่วนผสมของ biotin อีกด้วยซึ่งจะช่วยยับยั้งการหลุดร่วงของเส้นผม


🧠 สรุป

คาเฟอีนเฉพาะที่เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและสะดวกในการดูแลผมร่วงแบบ AGA แต่ควรใช้ด้วยความเข้าใจในข้อจำกัด และไม่คาดหวังผลลัพธ์ที่รวดเร็วหรือชัดเจนเท่ากับยารักษาโดยตรง



 
 
 

Comments

Rated 0 out of 5 stars.
No ratings yet

Add a rating
bottom of page